Skip to Content

พระมหาธาตุเจดีย์ องค์ที่ ๓ 

พระมหาราตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

     เมื่อวันที่ ๙๘ เมษายน ๒๕๓๐ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการอนุญาตให้กองทัพอากาศใช้พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อก่อสร้างพระเจดีย์

     กองทัพอากาศจึงร่วมกับปวงชนชาวไทย ดำเนินการจัดสร้างพระมหาราตุนกเมทนิดล น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ใน พ.ศ.๒๕๓๕ และจัดสร้างพระมหาราตุนกพลภูมิสิริ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของทั้งสองพระองค์ ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยต่อผสกนิกรชาวไทยทุกหัวระแหง ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั่วฟ้าแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห่างไกลสุโรคันดาร กันดารเชิงโขด นอกจากนี้ ทั้งสองพระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะพุทธมามกะ ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตลอดรัชสมัย กองทัพอากาศจึงได้จัดสร้างพระมหาราตุนกเมทนิดล นภพลภูมิสิริ อันเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์สำคัญตามหลักธรรมพระพุทธศาสนา และมีสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการดงงไว้ ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นดอยสูงที่สุดของประเทศไทย เพื่อให้สมกับพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ พระมหาราตุนกเมทนิดล นภพลภูมิสิริ สูงเยี่ยมเทียมฟ้า เคียงคู่กันอย่างงดงาม และเป็นสิริมงคลยิ่งแก่ผู้ที่มีโอกาสได้ไปสักการะ

 

การสร้างพระมหาสถูปเจดีย์เป็นเรื่องสำคัญยิ่งใหญ่ เป็นขวัญกำลังใจไม่เฉพาะกองทัพอากาศ

แต่จะเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ

คณะกรรมการที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างทุกคนก็จะได้บุญ

 


         พระมหาธาตุนภเมทนีดล

               เป็นนามที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 
               ได้ทรงพระราชทานให้ มีความหมายว่า "พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่ยึดโยงฟ้าจรดดิน"



พระมหาธาตุนกพลภูมิสิริ

"พระมหาธาตุนกพลภูมิสิริ" เป็นนามที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงพระราชทานให้ มีความหมายว่า 
"เป็นกำลังแห่งฟ้า เป็นสิริแห่งดิน"


พระมหาธาตุเจดีย์ องค์ที่ ๓ 

 


การออกแบบและสถาปัตยกรรม

        กองทัพอากาศร่วมกับ กรมศิลปากร ได้น้อมนำเอาหลักธรรมของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงประทานให้ นำมาเป็นแนวความคิดในการออกแบบ (Conceptual Design)

        โดยนำหลักธรรมที่ใช้ในการสร้างพระมหาราตุนกเมทนิดล ซึ่งสื่อความหมายถึงการบรรจุสัมมาสัมโพธิญาณ หรือหมายถึง "พระพุทธ" ผสมผสานกับหลักธรรมที่ใช้ในการสร้างพระมหาราตุนกพลภูมิสิริ ซึ่งสื่อความหมายถึงหลักธรรมนำไปสู่การหลุดพ้น หรือหมายถึง "พระธรรม" มาใช้ในการสร้างพระมหาราตุเจดีย์องค์ใหม่ ที่จะสื่อความหมายถึงการปฏิบัติธรรม หรือหมายถึง "พระสงฆ์" เมื่อการสร้างพระมหาราตุเจดีย์องค์ใหม่แล้วเสร็จเรียบร้อย รวมความหมายของทั้งสามองค์ จะหมายถึง "พระรัตนตรัย" พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือแก้วอันประเสริฐสามประการวันมีค่ายิ่งของพระพุทธศาสนา


การออกแบบและสถาปัตยกรรม

        พระมหาราตุเจดีย์ องค์ที่ ๓ มีรูปทรงเป็น ๑๐ เหลี่ยม หมายถึงหลักธรรม "ทศบารมี" มีความสูง ๔๙ เมตร หมายถึงหลักธรรม "ไพรีพิฆาตธรรม ๔๙" โดยด้านในชั้นบนจะจัดสร้างพระพุทธรูปประธาน ประดิษฐานให้ประชาชนสักการะบูชา เพดานและผนังจะตกแต่งด้วยจิตรกรรมและประติมากรรมพุทธประวัติ และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ส่วนโถงชั้นล่างจะจัดทำเป็นกิจพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องทางศาสนา หรือนิทรรศการเทิดพระเกียรติ


      

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประทานพระเมตตาแก่กองทัพอากาศ ทรงเจิมแผ่นศิลาฤกษ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนการนำไปประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ พร้อมกันนี้ ทรงประทานพระบรมสาริริกธาตุ เพื่อนำไปบรรจุภายใน
พระมหาราตุเจดีย์ ที่กองทัพอากาศจัดสร้าง เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร